รีวิวหนัง: Arrival “ผู้มาเยือน”

เรื่องย่อ – Synopsis

ในวันที่โลกมีผู้มาเยือนเป็นยานรูปทรงประหลาดจากนอกโลกลอยอยู่เหนือพื้นดินไม่กี่สิบฟุต 12 ลำทั่วโลก หลุยส์ แบงค์ส (Amy Adams) ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาสาวและเอียน ดอลเนลี่ (Jeremy Renner) นักฟิสิกส์ชายก็ถูกดึงตัวไปทำภารกิจที่เป็นความลับ ณ จุดลอยลำที่อยู่เหนืออเมริกา ไม่มีใครรู้ว่า เอเลี่ยนจะลอยชายอยู่เหนือพื้นดินบนโลกพร้อมกันทั้ง 12 ลำไปเพื่ออะไร สิ่งที่ต้องการก็คือหาคำตอบให้ได้

เมื่อมนุษย์บนโลกไมได้มีผู้คนเพียงคนเดียวที่ใช้สิทธิ์ขาดตัดสินทุกอย่างให้กับทั้งโลก การติดต่อสื่อสารกันระหว่างประเทศที่ต่างก็มียานเอเลี่ยนลอยอยู่กันประเทศละยานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และการที่จะเข้าใจจุดประสงค์ในการมาของเอเลี่ยนดูจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในอันที่จะไม่ต้องเลือดตกยางออกไปกับเทคโนโลยีที่อาจล้ำหน้ากว่ามนุษย์หลายเท่า และดูเหมือนสองคนที่ไปดึงตัวมานี่จะมีภารกิจที่กดดันพอสมควร

Arrival

รีวิว – Review

Arrival เล่าเรื่องในช่วงเวลาของการสื่อสารและทำความเข้าใจกันและกันระหว่างมนุษย์และเอเลี่ยนมาก่อน นี่คงเป็นเรื่องแรกที่หยิบช่วงเวลาเหล่านั้นมาเล่าอย่างเป็นจริงเป็นจัง และอาศัยการเดินเรื่องแบบลึกลับชวนสงสัยพาให้เราอยู่กับหนังไปจนถึงบทลงเอย ความเก่งกาจในการคุมโทนของหนังให้มันเป็นไปอย่างนั้นตลอดทางตั้งแต่ต้นยันจบนี่ถือเป็นงานที่ Denis Villeneuve ทำมาได้ดีโดยตลอดจริงๆ เริ่มต้นด้วยความสงสัย เดินทางไปยังแคมป์ที่ตั้งอยู่ในจุดสวยที่มีหมอกหนาลอยเอื่อยปกคลุมผืนดินและแนวเขา ทว่าตรงหน้านั้น ตระหง่านด้วยยานลำยักษ์รูปทรงไข่ ทีมงานที่นั่นพยายามที่จะติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวเพื่อจุดประสงค์ในการมาของพวกเขา

Arrival

ภาษาดูจะเป็นส่วนสำคัญที่ถูกใช้ทั้งในการดำเนินเรื่องและใช้สร้างแง่มุมความคิดกับผู้ชม เพราะภาษานั้นมนุษย์เป็นผู้ใช้ ซึ่งก็มักจะควบคู่ไปกับการตีความด้วยเสมอ หลายคำมีหลายความหมาย จนบางครั้งการตีความที่ต่างกันก็อาจสร้างความบาดหมางระหว่างกันได้อยู่เสมอ คราวนี้ เราต้องสื่อสารทำความเข้าใจกับภาษาของเอเลี่ยนเสียด้วย ถ้าตีความผิดนี่ก็อาจถึงขั้นเกิดสงครามกันขึ้นมาได้ทีเดียว งานวิชวลที่สุดล้ำก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ ‘Arrival’ ดูโดดเด่นขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงยาน ทางเข้ายาน แรงโน้มถ่วงภายในยาน ไปจนถึงลักษณะหน้าตาของมนุษย์ต่างดาวเองก็ตาม

Arrival

แต่หนังก็เล่าอีกเรื่องหนึ่งสลับกันไปด้วย เรื่องราวพาร์ทดราม่าชีวิตส่วนตัวของหลุยส์กับลูกน้อยของเธอ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามันจะไปเกี่ยวกับเนื้อหาในพาร์ทไซไฟเผชิญหน้าเอเลี่ยนพวกนั้นยังไง ดนตรีประกอบในหนังก็จัดมาอย่างละเอียดละเมียดละไม โดยเฉพาะในช่วงที่มนุษย์เข้าไปในยานอวกาศนั่น ดนตรีมันดูมีความประหลาดแบบแนวๆ ฟังมีความแปลกใหม่น่าสนใจยิ่งเลย ต้องบอกว่า การเดินเรื่องแบบนี้เขาทำได้แยบยลมาก แม้ว่าจะมีการทิ้งบางอย่างเอาไว้แล้ว แต่ก็คงไม่มีจะทันรู้ได้ว่ามันคืออะไร ที่แน่ๆ ก็คือการเดินเรื่องที่มุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจภาษาของเอเลี่ยนไปพร้อมๆ

Arrival

กับการทดสอบความเป็นมนุษย์ก็ยิ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกดำดึ่งไปกับเรื่องราวจนทำได้แค่นั่งสงสัยว่าเขากำลังจะเล่าอะไร ในที่สุด หนังก็เดินมาสู่บทเฉลยที่เล่นเอาอึ้งและเหวอไปตามๆ กัน ถือเป็นไอเดียในถ่ายทอดที่สดใหม่ไม่เหมือนใคร แถมยังไม่จำเป็นต้องมีฉากแอ็คชั่นใดๆ ก็ทำให้หนังชวนติดตามได้ตลอดรอดฝั่ง บทสรุปของหนังอาจจะดูห้วนและรวบรัดไปนิดหน่อยจนกลายเป็นส่วนที่สร้างความตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง แต่หากดูกันโดยรวมแล้ว ‘ผู้มาเยือน’ ถือเป็นหนังที่สร้างความประทับใจได้ไม่น้อยทีเดียว กับการคุมโทนของหนังให้ชวนสงสัยและเดาทางลำบากก่อนจะพามาถึงบทเฉลยที่ชวนอึ้ง

Arrival

รายละเอียด – Details
  • ชื่อเรื่อง: Arrival || ผู้มาเยือน
  • ประเภท: ดราม่า || ลึกลับ || ไซไฟ
  • ผู้กำกับ: Denis Villeneuve
  • ผู้เขียนบท: Eric Heisserer, Ted Chiang
  • ความยาว: 116 นาที
  • กำหนดฉายในไทย: 12 มกราคม 2017
Video : Teaser Trailer